วันพุธที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐

HACK#35 Google Labs


ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าคงเกี่ยวกับการทดลองอะไรบางอย่างแน่นอน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการทดลองนวกรรมใหม่ๆที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน Google สามารถเข้าถึงประสิทธิภาพการใช้งาน Google Engine และ Google Database ได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

Google Labs เป็นอีกบริการหนึ่งของ Google ที่คุณไม่ควรพลาด สาเหตุที่เราต้องพูดถึง Google Labs (http://labs.google.com/) ก็เนื่องจากว่านวกรรมต่างๆใน Google มักจะเกิดขึ้นใหม่ หายไป หรือเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นในขณะที่คุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ สิ่งที่เราพูดถึงอาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็เป็นได้ แม้กระนั้นก็ตามการกล่าวถึงสิ่งที่มีอยู่ในขณะนี้ก็ยังนับว่ามีประโยชน์อยู่บ้างพอควร เพราะคุณอาจจะได้ค้นพบว่าเครื่องมือบางอย่างของ Google สามารถช่วยให้คุณเกิดความคิดใหม่ๆขึ้นมาก็เป็นได้เหมือนกัน

ในขณะที่เราเขียนหนังสือเล่มนี้ มีการทดลองเกิดขึ้นใน Google Labs 4 เรื่อง ดังต่อไปนี้

Google Glossary (http://labs1.google.com/glossary )

Google Glossary คือ Search Engine สำหรับคำย่อ มันอาจจะสืบค้นเจอคำว่า TMTOWDI และคำว่า Ventriculoperitoneal Shunt แต่กลับไม่พบคำว่า MST3K และคำว่า google.whack เป็นต้น ซึ่งการแสดงผลลัพธ์ออกมาจะมีทั้งความหมายของคำโดยย่อนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีลิงก์ที่นำคุณไปยังข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งลิงก์ที่นำคุณไปหาคำจำกัดความในเว็บไซต์ dictionary.com และเว็บไซต์ของ Merriam-Webster รวมไปถึงตัวอย่างวลีต่างๆ ที่ใช้คำนี้ด้วย

Google Sets (http://labs1.google.com/sets)

คุณลองระบุคำอะไรก็ได้สักสองสามคำลงไปเป็นคีย์เวิร์ดสืบค้น จากนั้น Google จะพยายามไปหากลุ่มวลีที่เกิดจากคำเหล่านี้มาให้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณระบุว่า Amazon และ Borders กรณีนี้ Google ก็จะแสดงเว็บไซต์ของ Borders, Amazon, Barns Noble, Buy Com, Media Play, Suncoast, Samgoody หรืออี่นๆมาให้คุณเป็นต้น ซึ่งมันอาจจะไม่ให้ผลการสืบค้นตามที่คุณคาดเอาไว้เลยก็ได้ หรือหากคุณระบุคำว่า vegan และ vegetarian คุณก็จะได้ผลการสืบค้นที่มีคำว่า veal หรือ Valentine’s day หรือ Tasmania แทน และอาจจะเลยเถิดไปอีกไกล ส่วนการคลิกที่คำใดคำหนึ่งจากรายชื่อในผลลัพธ์ก็จะทำให้คุณไปที่หน้า Google Regular Search

Google Voice Search (http://labs1.google.com/gvs.html)

เมื่อคุณระบุหมายเลขโทรศัพท์ลงไปในเว็บเพจนี้ คุณจะถูกถามในสิ่งที่ต้องการสืบค้น ให้ออกเสียงคำที่คุณจะใช้เป็นคีย์เวิร์ดสำหรับการค้นหา แล้วจึงคลิกที่ลิงก์ที่ระบุเอาไว้ และเมื่อคุณออกเสียงคำใหม่เข้าไปค้นหาแทนคำเดิม มันก็จะแสดงเว็บเพจที่เป็นผลลัพธ์ของคำนั้นให้ สำหรับการค้นหาด้วยเสียงพูดเช่นนี้ คุณจะต้อง enable JavaScript ใน Browser ของคุณด้วย มันจึงจะทำงานได้

น่าเสียดายที่การสืบค้นด้วยเสียงพูดเช่นนี้มักไม่ค่อยได้ผล เพราะในบางครั้ง Search Engine ก็ไม่เข้าใจเสียงพูดของคุณ เมื่อเราทดลองด้วยการพูดคำว่า Eliot Ness และ George Bush ปรากฏว่ามันสามารถทำงานได้ถูกต้อง แต่เมื่อเราพูดคำว่า Fred มันกลับเข้าใจว่าเป็นคำว่า Friend ไป ส่วนคำว่า Ethel Merman ก็กลายเป็น Apple Mountain ไปเลย

Google Keyboard Shortcuts (http://labs1.google.com/keys/)

หากคุณใช้ Browser บางตัวเช่น Opera โปรแกรมนี้ก็อาจจะไม่ทำงาน คุณอาจจะลองใช้มันใน Mozilla, IE หรือ Netscape ดูก็ได้ สำหรับ Google Keyboard Shortcuts ก็คือวิธีที่จะเลื่อนเคอร์เซอร์ไปตามผลลัพธ์ที่ได้ด้วยการใช้คีย์บอร์ดแทนการใช้เมาส์ คุณจะเลื่อนไปตามกลุ่มลูกบอลเล็กๆที่อยู่ตรงขวามือของจอภาพ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยคีย์บอร์ดโดยการใช้ปุ่มอักษร I และ K บนแป้นคีย์บอร์ดแทนสำหรับการเลื่อนขึ้นและลง และใช้ปุ่มตัวอักษร J และ L แทนการเลื่อนเคอร์เซอร์ไปทางซ้ายและขวา

Google WebQuotes (http://labs.3google.com/cgi-bin/webquotes/)

ในบางครั้งคุณอาจจะเรียนรู้เกี่ยวกับเว็บเพจใดเว็บเพจหนึ่ง จากการที่เว็บเพจอื่นๆพูดถึงมัน ดังนั้น Google WebQuotes จึงอาศัยข้อเท็จจริงนี้ด้วยการเสนอสิ่งที่เว็บไซต์อื่นๆพูดถึงลิงก์ใดลิงก์หนึ่ง ก่อนที่คุณจะเข้าไปในเว็บไซต์นั้นจริงๆ

จากหน้าโฮมเพจ คุณสามารถระบุได้ว่าคุณต้องการ WebQuotes สักกี่รายสำหรับการสืบค้นนี้ (ค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่ 3 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำงานได้ดี) จากนั้นจึงระบุคีย์เวิร์ดที่ใช้ในการค้นหาลงไป จากนั้น Google WebQuotes จะแสดงชื่อเว็บไซต์ 10 แห่งแรก (หรือหากคุณต่อท้าย URL ที่ได้ด้วยคำสั่ง &num=100 คุณก็จะได้รายชื่อของ 100 เว็บไซต์แรก) โดยมีจำนวน WebQuotes มากที่สุดในเว็บเพจเท่าจำนวนที่คุณได้ระบุเอาไว้ แต่ทั้งนี้พึงระลึกไว้ว่า ไม่ใช่เว็บเพจทุกหน้าที่จะมี WebQuote

การใช้ WebQuotes จะเป็นประโยชน์เมื่อคุณกำลังสืบค้นแบบทั่วๆไป และคุณต้องการที่จะทราบในทันใดว่าผลการสืบค้นตรงกับสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่ เมื่อคุณสืบค้นหาบุคคลที่มีชื่อเสียง คุณก็สามารถที่จะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้วยวิธีนี้เช่นกัน โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องละทิ้งเว็บเพจที่แสดงผลนั้นไปไหน!

Google Viewer (http://labs.google.com/gviewer.html)

Google Viewer จะแสดงผลการสืบค้นในรูปแบบของสไลด์ แต่คุณจะต้องใช้ Browser ที่ทันสมัยสักหน่อย Google แนะนำให้ใช้ IE 5 เป็นต้นไป หรือ Netscape 6 เป็นต้นไป สำหรับผู้ใช้แม็กอินทอชและพีซี ส่วนผู้ใช้ยูนิกซ์แนะนำให้ใช้ Mozilla

การเรียก Google Viewer มาใช้งาน สามารถทำได้โดยการเข้าไปที่โฮมเพจของ Google Viewer (http://labs.google.com/gviewer.html) แทนที่จะใช้โฮมเพจปกติของ Google จากนั้นก็สามารถทำการสืบค้นตามปกติ เว็บเพจที่แสดงผลการสืบค้นก็จะมีหน้าตาเหมือนปกติที่คุณรู้จัก แต่มีข้อสังเกตอยู่ว่าทูลบาร์จะอยู่ในส่วนบนของเว็บเพจ ให้ใช้ปุ่มบนทูลบาร์เพื่อเคลื่อนเคอร์เซอร์ไปข้างหน้าหรือข้างหลัง หรือไปที่ผลลัพธ์รายการแรกก็ได้ คุณสามารถที่จะปรับความเร็วของการแสดงสไลด์ หรือสืบค้นใหม่ได้ การแสดงสไลด์นั้นจะเริ่มเองโดยอัตโนมัติ แต่หากมันไม่ทำงานตามนี้ให้คลิกที่สามเหลี่ยมสีเขียวซึ่งเป็นปุ่ม Play บนทูลบาร์

Google จะแสดงผลการสืบค้นแรกไปพร้อมๆกับภาพของเว็บเพจ และจะนิ่งอยู่ประมาณ 5 วินาที จึงจะเปลี่ยนไปแสดงผลการสืบค้นที่สองและที่สามตามลำดับ คุณสามารถที่จะหยุดการแสดงสไลด์ได้ด้วยการคลิกที่ปุ่มสี่เหลี่ยมสีแดงซึ่งก็คือปุ่ม Stop และสามารถสั่งให้แสดงใหม่โดยคลิกที่ปุ่ม Play

น่าเสียดายที่ไม่มี Scroll Bar สำหรับเว็บเพจ ดังนั้นคุณจึงต้องคลิกที่ภาพของเว็บเพจแทนและลากเม้าส์เพื่อการเคลื่อนไหวไปมา

การทดลองใน Google Labs นี้มีที่ใช้งานค่อนข้างจำกัด นอกเสียจากว่าคุณระบุคำถามที่ดีมากๆเท่านั้น (หรือได้คำตอบที่แคบมากๆ) แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ Google นำเอา Google Viewer มาใช้งานร่วมกับ Google News ล่ะก็ คุณคงจะได้เห็นอะไรดีๆเป็นแน่

Google Labs และ Google API

ในขณะที่เขียนหนังสือเล่มนี้ ยังไม่มีเครื่องมือตัวใดที่อยู่ใน Google Labs ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Google API ได้

0 ความคิดเห็น: